จริงทำไว้นานแล้วครับ แต่เพิ่งย้ายเข้ามาใน Blog นี้ดูๆกันหน่อยเน้อ                                                              

         ได้ยินกิตติศัพท์ ก็ดั้นด้นไปกินถึงที่จริงๆ ร้านตั้งอยู่ ชั้น 1 โรงแรมโนโวเทลโลตัส ซอบสุขุมวิท 33 ด้านตรงข้ามกับ emporium ดูภายนอกจะรู้สึกหรูจนไม่กล้าเข้าที่ร้านจะเป็นร้านเล็กๆ อยู่ในล็อบบี้ชั้น 1 มีโต๊ะประมาณ 7-8 โต๊ะ ราคา 150 บาทต่อหัว เริ่มเวลา 14.00-17.00 ถ้ายังไม่ถึงเวลาไม่ยอมขายจริงๆ น่ะเอ้อ

  

     เค้กที่นี่มีให้เลือกเกือบ 20 ชนิด อร่อยมากโดยเฉพาะบลูเบอรี่ชีส เค้กแล้วยังมีขนมปังไว้กินแก้เลี่ยนด้วย น้ำจะเป็น refill เช่นกัน แต่จะสั่งได้แค่อย่างเดียวและจะเติมชนิดนั้นไปจนจบไม่มีการเปลี่ยนมีให้เลือกคือ กาแฟร้อนเย็น ช็อกโกแล็ตร้อนเย็น ชาร้อนเย็นรวมถึงโค้ก แฟนต้า

        เวลาสั่งเค้กกิน สั่งได้ทีล่ะชิ้นน่ะครับ ยกเว้นพวกชิ้นเล็กๆเช่นทาร์ตเพื่อป้องกันการกินเหลือ ช่วยโลกหน่อยครับพี่น้อง

 

ไปดูกันดิมีอะไรน่าสนใจมั่ง

 

                  ไวท์เค้กนม                                                               

 

            ขนมปังไส้กรอกชีส                       เชอรี่ชีสเค้ก โอ้วของโปรด

 

       แบล็กฟอเรส หวานช่ำเบอร์รี่                            โยเกริต์เค้ก

           ผมไปกินมากินเค้กได้ 4 ชิ้นเท่านั้นเพราะหวานเลี่ยนมาก เลยไปลงกับมินิแซนวิชแสนอร่อยเหาะ มีใส้แฮมกับไส้ทูน่า แต่ของเค้าจะไม่ได้ทำสดๆ ดังนั้นตัวแซนวิชเองจะเย็นชืด แต่เราสามารถขอให้เค้าอุ่นให้เราได้ครับ ไปต้องเกรงใจหุหุหุหุ ข้อเสียร้านนี้มีอย่างเดียว พนักงานชอบหายตัวไม่ยอมมาให้เราสั่ง  ดูๆแล้วพนักงานมีอยู่แค่ 2 คนเองมั้ง ส่วนจานเมื่อเรากินเสร็จจานนึง เค้าก็จะรีบวิ่งมาเก็บจานไปล้างทันทีเลย ใครว่างๆก็ลองไปชิมดูล่ะกันน่ะครับ

ปล. รูปที่เห็นหยิบยืมมาจากAnlegy dvdgameonline.com และคุณ sho-girl จาก pingbook.com ครับ ตอนผมไปกินไม่ ได้พกล้องไป

ปลล. ในซอยเดียวกันนี้เองมีร้านบุฟเฟห์เค้กชื่อ Bon jorno แอบอยู่ด้วยน่ะเอ้ออยู่ก้นๆซอย

 

 

 

edit @ 3 Feb 2008 10:16:28 by Rufast

หวัดกินอย่างหนัก

posted on 02 Feb 2008 20:05 by rufast

02/02/2008                                                                                    

 

            ไม่นึกว่าจะโดนหวัดเล่นงานได้งอมพระราม ขนาดนี้เลยน่ะเนี่ย ไข้ขึ้น เสียงหายนานที่สุดในชีวิต พูดภาษามนุษย์แทบไม่ได้เลย (โฮ่งๆ )    แถมยังเพิ่งกลับจากทำบุญ 9 วัดมาซะด้วย  สงสัยพระเจ้าจะไม่ค่อยถูกชะตากับเราสักเท่าไหร่

          

 

              หวัดนี่มันก็เป็นวงอุบาทว์อย่างชนิดหนึ่ง ประมาณดุจจดหมายลูกโซ่ ตูส่งไป มันก็จะไปวนๆเวียนๆ แถวอื่นสักพัก แล้วมันก็จะกลับมาที่เราอีก ที่ Office ผมเราโดนกันเป็นแบบ Domino Effect (ทายาทอสูร)เป็นต่อกันไปเรื่อยๆค่อยๆ เสียชีวิตไปทีล่ะคนสองคน พอฟื้นคืนชีพมาก็ต้องมีตัวตายตัวแทน 

              เป็นหวัดแล้วมีไข้ยังพอว่า แต่ไม่ชอบอาการไอที่มาพร้อมกันกับเจ้าวั๊ดจี๊เสมอดังเงาข้างกาย ชิไอ้แฝดนรก เจ้าอาการไอนี่แหล่ะตัวแสบ หลังจากฆ่าแฝดคนล่ะฝาของมันไป โดยการให้คุณหมอจิ๊มตู้ดไปซะหนึ่งจึ๊ก แล้วก็อัดยาตาม ปรากฏว่าเจ้าไอนี่มันอึด มันช่างอดทนกว่าแฝดผู้พี่ของมันเหลือเกิน ภายคอของผมโดนคมเขี้ยวอันแหลมคมประดุจราชสีห์ฉีกขยี้แทบไม่มีชิ้นดี เสียงที่สามารถรอดลำคอออกมาได้นั้นแทบจะไม่ได้เป็นภาษามนุษย์ ผมแทบจะจะเป็นใบ้ชั่วขณะเลยล่ะ

               ด้วยเหตุนี้เองผมต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ดังเฮือก!!!!! เพราะได้เคยลั่นวาจาไว้ว่าแม้ตูจะเป็นหวัดหนักหนาสาหัสเพียงใด ตูก็จะไม่มีวันเลิกกินน้ำเย็นเด็ดขาด ทำให้พบว่า วารีบำบัดช่วยได้มาก แม้จะไม่หายขาด แต่มนุษย์หลายๆคนก็สามารถสื่อสารกับผมได้มากขึ้น

                ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยน่ะครับผม

 

edit @ 3 Feb 2008 09:37:57 by Rufast